การพัฒนาหลักสูตรทางการศึกษาในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การศึกษามีความสำคัญอย่างมากที่จะขาดไม่ได้  โดยความรู้ยิ่งมากขึ้น  ก็จะเพิ่มความสามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น    และจะดียิ่งขึ้นถ้าเราเพิ่มขอบเขตความรู้ของเราให้กว้างขวางขึ้นไปในระดับสากลหรือระดับนานาชาติ   ซึ่งหมายถึงการศึกษาต่อ ณ ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่าอเมริกานั้น  ไม่ได้เป็นประเทศที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจของโลกเท่านั้น  แต่ยังเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านการศึกษาอีกด้วย  โดยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงเนื้อหาหลักสูตรที่ครอบคลุมกว้างขวางที่สถาบันการศึกษาเหล่านี้มอบให้   ต่างได้รับการยกย่องจากทั้งนักศึกษาและผู้จ้างงานทั่วโลก โดยมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในอันดับสูงสุดจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก คือ สถาบันการศึกษาในกลุ่ม Ivy League ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนแปดแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาและยังมีสถาบันการศึกษาระดับชั้นนำอื่นๆของสหรัฐอเมริกา อย่างเช่น MIT, มหาวิทยาลัยแห่ง California และ Stanford เป็นต้น

ดังนั้น การมาเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา จึงเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของคุณก้าวหน้าและมีศักยภาพมากขึ้น  และสิ่งที่สร้างโอกาสนี้ให้คุณได้ ก็คือ ทุนการศึกษา ถึงแม้ทุนการศึกษาในสหรัฐอเมริกานั้น  จะมีทุนการศึกษาที่มอบให้กับนักเรียนต่างชาติอยู่ไม่มากนัก  แต่ก็ยังมีทุนการศึกษาหนึ่งที่คอยช่วยเหลือเด็กไทยมาโดยตลอด นั่นก็คือ The Fullbright Program ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ความร่วมมือรวมถึงประเทศไทยด้วย   โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ผู้ที่ได้รับทุนภายใต้โครงการ Fullbright จะถือเป็นผู้รับทุนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประเภทหนึ่ง  และได้รับวีซ่าประเภท  J-1 มีสถานะเป็น visiting scholar ไม่เหมือนนักเรียนทั่วไป นอกจากนี้ในทางปฏิบัติผู้ที่รับทุน Fullbright จะทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ อันเป็นเป้าหมายหลักของ โครงการนี้อีกด้วย โครงการ Fullbright มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยไปศึกษาต่อยังสหรัฐอเมริกาอยู่หลากหลายทุนด้วยกัน เช่น  Fulbright Open Competition Program , International Fulbright Science and Technology Program  หรือ American Studies Institute Program เป็นต้น โดยปฏิทินทุนการศึกษาในปีนี้นั้น จะสิ้นสุดในต้นเดือนธันวาคมนี้  ดังนั้น จึงเหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นแล้วนะคะ ลองเข้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการ Fullbright  ได้ที่ เว็บไซต์โครงการ Fullbright ประจำประเทศไทย ได้เลยค่ะ

ระบบหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยประเทศสหรัฐอเมริกา

ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายสาขาวิชาให้นักศึกษาชาวต่างชาติเลือก นักศึกษาจะต้องทำการตัดสินใจเลือกตั้งแต่ประเภทของโรงเรียน หลักสูตรวิชาเรียน และสถานที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งมีตัวเลือกให้เลือกอย่างมากมายล้นหลาม ดังนั้นการที่นักศึกษาจะทำการตัดสินใจเลือกที่เรียนได้นั้น นักศึกษาต้องทำความเข้าใจกับระบบการศึกษาของประเทศนี้ก่อน เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถเลือกโรงเรียนและวางแผนการศึกษาของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับนี้คือนักศึกษาผู้ที่ไม่เคยได้รับปริญญาตรีมาก่อน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาทั้งหมดสี่ปีในการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษาสามารถเลือกทำการศึกษาในระดับนี้ได้ที่วิทยาลัยชุมชน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยสี่ปี

ในช่วงสองปีแรกของการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษาจะต้องทำการศึกษาแบบกว้างไปก่อน ตัวอย่างวิชาทั่วไปที่นักศึกษาจะได้ทำการศึกษามีดังนี้ วิชาวรรณคดี วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศาสตร์ วิชาศิลปศาสตร์ วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ทั่วไปและมีพื้นฐานของหลาย ๆ วิชาก่อนที่จะทำการศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

มีนักศึกษาหลายคนเลือกศึกษาวิชาที่จำเป็นในวิทยาลัยชุมชนสองปีก่อนเพื่อได้รับอนุปริญญา (AA) แล้วจึงทำการโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยสี่ปี “Major” คือ สาขาวิชา ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักศึกษาเลือกศึกษาในสาขาวิชาวารสารศาสตร์ นักศึกษาจะได้รับปริญญาวารสารศาสตร์บัณฑิต ซึ่งนักศึกษาจะต้องลงเรียนวิชาหลายวิชาตามจำนวนที่ทางวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ก่อน เพื่อให้นักศึกษามีคุณสมบัติที่เพียงพอต่อการศึกษาขั้นต่อไปในสาขาวิชาเฉพาะ และนักศึกษาต้องทำการเลือกสาขาวิชาเฉพาะในต้นปีที่สามของการศึกษา

ระบบการศึกษาขั้นสูงของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีความยืดหยุ่นสูง นักศึกษาที่ทำการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีสามารถเปลี่ยนสาขาวิชาเฉพาะในระหว่างทำการศึกษาได้ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ บ่อยครั้งที่นักศึกษาชาวอเมริกันจะเปลี่ยนใจไปศึกษาสาขาวิชาอื่นที่ชอบมากกว่า แต่ว่าผลของการเปลี่ยนสาขาวิชาในขณะที่ทำการศึกษาอยู่ก็คือนักศึกษาอาจจะต้องลงเรียนวิชาอื่นเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้เสียทั้งเวลาและเงินมากขึ้น

ข้อดีของการเรียนที่อเมริกา
1. การศึกษาของประเทศอเมริกาอยู่ในระดับแนวหน้า ซึ่งประเทศต่าง ๆ ให้การยอมรับ อีกทั้งยังมีสถาบันที่มีชื่อเสียงมาก ยกตัวอย่าง เช่น Harvard University, MIT, Stanford University
2. หลักสูตรมีให้เลือกเรียนหลากหลาย และมีสถาบันให้เลือกอย่างมากมาย
3.ได้รับโอกาสการศึกษา โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสื่อในการเรียนการสอน
4. มีโอกาสได้เรียนรู้วัฒนธรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ และแลกเปลี่ยนแนวความคิด เพื่อเป็นประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้ในอนาคต
5. สามารถเลือกรัฐที่อยากจะเรียนได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณ ความชอบ และเหตุผลทางด้านภูมิอากาศ
6. เปิดกว้างทางด้านความคิด ทำให้มีอิสระในการแสดงออก
7. สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากทาง ก.พ.
8. หากเรียนจบในระดับปริญญาที่อเมริกาแล้ว สามารถขอสิทธิในการอาศัยอยู่ที่อเมริกาได้อีก 1 ปี เพื่อฝึกงาน หรือหาประสบการณ์การทำงาน