ระบบหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยประเทศสหรัฐอเมริกา

ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายสาขาวิชาให้นักศึกษาชาวต่างชาติเลือก นักศึกษาจะต้องทำการตัดสินใจเลือกตั้งแต่ประเภทของโรงเรียน หลักสูตรวิชาเรียน และสถานที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งมีตัวเลือกให้เลือกอย่างมากมายล้นหลาม ดังนั้นการที่นักศึกษาจะทำการตัดสินใจเลือกที่เรียนได้นั้น นักศึกษาต้องทำความเข้าใจกับระบบการศึกษาของประเทศนี้ก่อน เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถเลือกโรงเรียนและวางแผนการศึกษาของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับนี้คือนักศึกษาผู้ที่ไม่เคยได้รับปริญญาตรีมาก่อน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาทั้งหมดสี่ปีในการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษาสามารถเลือกทำการศึกษาในระดับนี้ได้ที่วิทยาลัยชุมชน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยสี่ปี

ในช่วงสองปีแรกของการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษาจะต้องทำการศึกษาแบบกว้างไปก่อน ตัวอย่างวิชาทั่วไปที่นักศึกษาจะได้ทำการศึกษามีดังนี้ วิชาวรรณคดี วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศาสตร์ วิชาศิลปศาสตร์ วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ทั่วไปและมีพื้นฐานของหลาย ๆ วิชาก่อนที่จะทำการศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

มีนักศึกษาหลายคนเลือกศึกษาวิชาที่จำเป็นในวิทยาลัยชุมชนสองปีก่อนเพื่อได้รับอนุปริญญา (AA) แล้วจึงทำการโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยสี่ปี “Major” คือ สาขาวิชา ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักศึกษาเลือกศึกษาในสาขาวิชาวารสารศาสตร์ นักศึกษาจะได้รับปริญญาวารสารศาสตร์บัณฑิต ซึ่งนักศึกษาจะต้องลงเรียนวิชาหลายวิชาตามจำนวนที่ทางวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ก่อน เพื่อให้นักศึกษามีคุณสมบัติที่เพียงพอต่อการศึกษาขั้นต่อไปในสาขาวิชาเฉพาะ และนักศึกษาต้องทำการเลือกสาขาวิชาเฉพาะในต้นปีที่สามของการศึกษา

ระบบการศึกษาขั้นสูงของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีความยืดหยุ่นสูง นักศึกษาที่ทำการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีสามารถเปลี่ยนสาขาวิชาเฉพาะในระหว่างทำการศึกษาได้ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ บ่อยครั้งที่นักศึกษาชาวอเมริกันจะเปลี่ยนใจไปศึกษาสาขาวิชาอื่นที่ชอบมากกว่า แต่ว่าผลของการเปลี่ยนสาขาวิชาในขณะที่ทำการศึกษาอยู่ก็คือนักศึกษาอาจจะต้องลงเรียนวิชาอื่นเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้เสียทั้งเวลาและเงินมากขึ้น

ข้อดีของการเรียนที่อเมริกา
1. การศึกษาของประเทศอเมริกาอยู่ในระดับแนวหน้า ซึ่งประเทศต่าง ๆ ให้การยอมรับ อีกทั้งยังมีสถาบันที่มีชื่อเสียงมาก ยกตัวอย่าง เช่น Harvard University, MIT, Stanford University
2. หลักสูตรมีให้เลือกเรียนหลากหลาย และมีสถาบันให้เลือกอย่างมากมาย
3.ได้รับโอกาสการศึกษา โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสื่อในการเรียนการสอน
4. มีโอกาสได้เรียนรู้วัฒนธรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ และแลกเปลี่ยนแนวความคิด เพื่อเป็นประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้ในอนาคต
5. สามารถเลือกรัฐที่อยากจะเรียนได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณ ความชอบ และเหตุผลทางด้านภูมิอากาศ
6. เปิดกว้างทางด้านความคิด ทำให้มีอิสระในการแสดงออก
7. สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากทาง ก.พ.
8. หากเรียนจบในระดับปริญญาที่อเมริกาแล้ว สามารถขอสิทธิในการอาศัยอยู่ที่อเมริกาได้อีก 1 ปี เพื่อฝึกงาน หรือหาประสบการณ์การทำงาน